Make Life Better
ธุรกิจ Network คืออะไร ?
"ท่ามกลางความยากลำบาก  ยังมีโอกาสที่ดีรอคุณอยู่เสมอ"
    ในขณะที่บัณฑิตใหม่ ทยอยจบออกมาจากมหาวิทยาลัย เป็นหลักแสนทุก ๆ ปี  หน่วยงานหรือบริษัทต่าง ๆ ลดจำนวนพนักงาน  แม้แต่ภาครัฐก็ยังมีโครงการเกษียณก่อนอายุ ออกมาใช้อยู่ทุกปี  จากการที่เคยทำงานกินเงินเดือนไปวัน ๆ  ก็เริ่มมองหาช่องทางต่าง ๆ เพื่อเป็นอะไหล่รองรับ  ความไม่แน่นอนในอาชีพที่ตัวเองทำ  หรือหาวิธีการทำธุรกิจแบบใหม่ ๆ   เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  ธุรกิจเครือข่าย เป็นเสมือนคำตอบของนักบริหาร,  มนุษย์เงินเดือน,  หรือบัณฑิตจบใหม่  ที่ยังไม่มีทำเล ไม่มีสินค้า ไม่มีทุนมากพอ  แต่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  ที่ไม่ต้องจ้างงานเป็นเป็นสิบเป็นร้อย  ใช้เงินทุนต่ำ แต่สามารถสร้างธุรกิจมูลค่าเป็นร้อย ๆ ล้าน ได้ ธุรกิจกิจเครือข่าย นี้คืออะไร ทำไมคนจึงหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างมากมาย ?       ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ว่าแต่ว่าคุณจะปฏิเสธที่จะเรียนรู้มันด้วยเหตุผลที่ว่า  ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยทราบมาก่อน หรือไม่     เมื่อพูดถึงการทำการค้า  หลายคนนึกถึงว่าต้องใช้เงินทุนมาก,  ต้องจ้างแรงงานจำนวนมาก,  ต้องผลิตสินค้า,  ต้องมีโรงงาน, ต้องมีทำเล หน้าร้าน ฯลฯ  จึงทำให้พวกเราส่วนใหญ่  ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองสักที  เพราะขาดเงินทุน  ขาดคนมีฝีมือที่ไว้วางใจได้ คุณจะคิดอย่างไร   หากวันนี้  มีใครสักคนหนึ่งบอกคุณว่า  คุณสามารถที่จะสร้างธุรกิจมูลค่าสิบล้าน  ร้อยล้าน ของคุณเองขึ้นมาได้จริง  ภายในระยะเวลา 3 - 5 ปี  โดยที่คุณไม่ต้องจ้างแรงงาน  ไม่ต้องกู้ยืม  ไม่ต้องผลิตสินค้าเอง  ไม่ต้องมีทำเล  และยิ่งกว่านั้น  ธุรกิจของคุณ ยังสามารถขยายตัวออกไปได้ด้วยระบบของมันเอง  และวันนั้นธุรกิจของคุณจะกลายเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้คุณตลอดไป  ถึงแม้ว่าวันนั้นคุณจะไม่มีชีวิตอยู่ก็ตาม  คุณเชื่อหรือไม่  ?                                           
              วันนี้  ธุรกิจที่ว่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว  เราเรียกว่า  "ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย" (Network Marketing)
จุดเด่นธุรกิจเครือข่ายคือ ?
"ทัศนคติที่ดี เป็นสิ่งที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของชีวิต"
จุดเด่นของธุรกิจเครือข่าย  (Networking Marketing )
          1. คือ Win - Win Business (ธุรกิจที่ชนะ-ชนะ) เมื่อคนที่ท่านแนะนำธุรกิจ (ลูกทีมของท่าน)สำเร็จท่านในฐานะผู้แนะนำจึงจะสำเร็จด้วย
          2. คือ No - Risk Business (ธุรกิจที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยขนาดเงินลงทุนต่ำ แต่ใช้สัมพัน- ธภาพสูง ใช้เวลาพอควร ท่านไม่ต้องลงทุนสร้างทรัพย์สิน อาคาร, อุปกรณ์, ที่ดิน (บนกองหนี้สินหรือเงินกู้) แต่ท่าน กำลังสร้าง ทรัพย์สินคือ เครือข่ายประชากร (People Assets) ที่ผูกโยง กันด้วยสัมพันธภาพ และ ได้ผลตอบแทนจากทรัพย์สินบนบันทึกข้อตกลง ผลประโยชน์ร่วมกัน!และ ผลตอบแทนนี้ได้มาจาก ผลรวมของทั้งเครือข่าย บางคนเรียกผลตอบแทนนี้ว่า Passive Income  (รายได้ที่ไม่ต้องลงแรงด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะหยุดทำงาน แต่รายได้ ของคุณยัง เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลา)
         3. เป็นธุรกิจที่ท่านสามารถเลือกเวลาทำงานตามใจปรารถนา ไม่ต้องตอกบัตรเข้างาน   8.00 น. ไม่ต้องตอกบัตรออกงาน 17.00 น. ไม่ต้องยื่นใบลากิจ, ลาพักร้อนกับใคร นอกจากขออนุญาตตัวเอง! เป็นเจ้านายงานในเวลาของตนเอง (Time Freedom) นั่นคือมีอิสรภาพทางเวลา!
           4. เป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในทิศทางใหม่ของโลก เพื่อให้ท่านได้มีเวลา อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น (Home Based Business) เพราะ ธุรกิจนี้ทำบนโต๊ะอาหารภายในบ้านของท่าน และบ้านของคนใน เครือข่ายได้
           5. เป็นระบบที่เสริมสร้างโอกาสให้ ได้ร่วมทำงานกับ คนหลากหลาย อาชีพ, หลากหลายประสบการณ์, หลากหลายวัฒนธรรม (Multi Experience - Multi Profession - Multi culture) บนความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครเป็นเจ้านาย-ลูกน้อง ทุกคน คือ สมาชิกอิสระ (Distributor) ภายในระบบธุรกิจมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ในวิชาชีพ องค์ความรู้ในผลิตภัณฑ์ จิตวิญญาณที่ปลุกพลังแห่งความสำเร็จลงไปเป็นชั้นๆต่อๆกันไม่รู้จบ 
           6. เป็นธุรกิจที่ต่อเชื่อมท่านเข้ากับธุรกิจ ข้ามชาติระดับโลกท่านไม่ต้องสร้างระบบใหม่ ด้วยตนเอง แต่ดำเนินตาม, ปฏิบัติตามแบบแผน ธุรกิจ (Business - format) ที่วางไว้อย่างดีเป็นแบบเดียวกันทั่วโลก (บางคนเรียกว่าเครือข่ายของแฟรนไชส์ ระดับเล็กๆ หรือระดับบุคคล มาผูกโยงเชื่อมกัน (Network of Micro or Personal Franchisee) แต่ไม่ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้ (Royalty fee) ใดๆเลย
          7. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่มีผลกำไรงอกเงย ขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง/วัน ตลอด 365 วัน/ปี แม้ท่านเองจะหยุดพักผ่อน, หยุดพักร้อน เพราะเวลาทำงานภายในเครือข่ายของท่าน อาจอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านนอนหลับหรือกำลังทำงานอยู่ในขณะที่ท่านหยุดพักร้อน
          8. เป็นระบบธุรกิจเดียวที่ผลงานแห่ง ความพากเพียร ของท่าน วันละ 2 ชั่วโมง สามารถทวีคูณไปเป็น วันละ 2,000 ชั่วโมง, 20,000 ชั่วโมง แปรผัน ตามความใหญ่โตของ เครือข่ายของท่าน และ เมื่อท่านสามารถสร้างสินทรัพย์ (People Assets) เครือข่ายอย่างมีคุณภาพ ท่านก็สามารถทำงาน เต็มที่เพียง 3 - 5 ปี เพื่อรับบำนาญติดต่อกันไปตลอดชีวิต และมอบเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานสืบไป
"คนฉลาด รู้ว่าตนไม่รู้อะไร คนโง่ คิดว่าตนรู้ทุกอย่าง"
"เวลาผมไปแนะนำธุรกิจเครือข่าย มีคนบอกว่ารู้แล้ว ๆ คุณคิดว่าพวกเขาเป็นประเภทไหน" ?
    นี้คือ..ภาพของมนุษย์เงินเดือนหรือลูกจ้าง ถ้าปราศจากโอกาส ความสามารถก็ไร้ผล ความขยันเป็นเรื่องที่ดี  แต่ถ้าขยันผิดที่บางทีก็ไม่รวย หรือเหมือนในภาพ
เหมาะกับใครบ้าง ?
ธุรกิจแบบเครือข่าย  ไม่เพียงจะเหมาะกับนักธุรกิจทั่วไป,  ที่กำลังมองหาช่องทางใหม่ ๆ เท่านั้น  แต่ยังเหมาะกับนักบริหารระดับสูง  หรือมนุษย์เงินเดือนทั่ว ๆ ไป  และประชาชนทั่วไป  ที่กำลังมองหาช่องทางในการทำธุรกิจ  หรือแม้แต่บัณฑิตจบใหม่  นักเรียนนักศึกษา  ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือจบแล้ว และใฝ่ฝันที่จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง  ก็สามารถที่จะเข้ามาศึกษาและลองทำดูได้  เพราะเปิดโอกาสให้กลุ่มชนทุกระดับชั้น   และระดับรากหญ้าอย่างแท้จริง  อุปสรรคต่าง ๆ  ที่เคยทำให้กลุ่ม  SMEs  ระดับรากหญ้าไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้  ก็จะหมดสิ้นไป  ด้วยธุรกิจแบบเครือข่ายนี่เอง
     ธุรกิจแบบเครือข่าย  ออกแบบขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนธรรมดาสามารถสร้างช่องทางในการกระจายสินค้าของตัวเองขึ้นมาได้  โดยไม่ต้องใช้เงินทุนสูง  ไม่ต้องใช้ทำเลในการประกอบธุรกิจ  ทำให้ไม่มีความเสี่ยง   ธุรกิจนี้ไม่ใช่ร้านค้าส่งหรือร้านค้าปลีก  แต่จะเปิดโอกาสให้ปัจเจกชนอย่างเรา ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมเป็นพันธมิตรทางการค้า  ในการสร้างช่องทางการกระจายสินค้าแทน  เรียกว่า  "นักธุรกิจอิสระ  หรือ ผู้จัดจำหน่ายอิสระ"  ยิ่งไปกว่านั้น  เครือข่ายที่นักธุรกิจอิสระสร้างขึ้น  ก็จะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้นั้นตลอดไป   บางครั้งเราเรียกธุรกิจแบบเครือข่ายนี้ว่า "การสร้างเครือข่ายผู้บริโภค"   นักธุรกิจอิสระ นอกจากจะได้ความประหยัดในการซื้อสินค้าในราคาสมาชิกแล้ว  ยังมีรายได้จากการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคอีกด้วย  และรายได้นี้จะมี 2 ประเภท  คือ
1.        รายได้จากการแนะนำให้กับลูกค้าทั่วไป หรือกำไรการค้าปลีก   ส่วนใหญ่ จะอยู่ที่ ประมาณ  20-25 %
2.        รายได้ที่เกิดจากการขยายเครือข่าย  ส่วนนี้เกิดจากยอดซื้อสินค้าของสมาชิกในเครือข่ายที่ขยายออกไป   เปรียบเสมือนรายได้จากการค้าส่ง  นั่นเอง
       จากการที่นักธุรกิจอิสระแต่ละท่าน  จะสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรง  ทุกท่านจะมีเงินทุนหมุนเวียนก็แต่เฉพาะในส่วนของสินค้าที่ตัวเองซื้อมาเพื่อไว้ขาย หรือบริโภคส่วนตัวเท่านั้น  ไม่จำเป็นต้องตุนสินค้าไว้เป็นจำนวนมาก ๆ  แต่จะมีรายได้จากการปันผลที่คำนวณจากยอดรวมทั้งหมดที่เกิดจากเครือข่ายที่สร้างขึ้นโดย ได้ซื้อสินค้าไปในเดือนนั้น ๆ วิธีการเช่นนี้  จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วไป  สามารถที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจที่มียอดจำหน่ายมากมาย  ด้วยการสร้างเครือข่ายขึ้นทีละน้อย  จึงไม่ต้องลงทุนสูง  เพราะอาศัยวิธีการบอกต่อ  หรือแนะนำให้กับคนใกล้ชิด  เช่น  ญาติพี่น้อง  หรือเพื่อนฝูง  หรือคนที่เรารู้จัก  เป็นต้น  นับเป็นการกระจายสินค้าและรายได้   สู่ระดับรากหญ้าอย่างแท้จริงอีกทางหนึ่ง

พันธมิตรของคุณ คือใคร ?
"การเดินทางหมื่นลี้  ย่อมเริ่มต้นจากก้าวแรกเสมอ"
       ธุรกิจแบบเครือข่าย  เป็นระบบการตลาดที่รวมเอาผู้บริโภคและผู้จำหน่าย  ซึ่งอยู่ในตัวคนเดียวกัน             มาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย  ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทผู้ผลิต  กับนักธุรกิจอิสระ  จึงเปลี่ยนมาเป็นความสัมพันธ์เชิงหุ้นส่วนทางการค้า  ธุรกิจแบบเครือข่ายนี้  เกิดขึ้นบนแนวความคิดของการเป็นพันธมิตรทางการค้าร่วมกัน ระหว่างบริษัทผู้ประกอบการ  กับปัจเจกชนอย่างพวกเรา   อันทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างได้เป็นเจ้าของ  ความสำเร็จที่ใหญ่ขึ้นร่วมกัน
"        จุดแข็งที่ไม่มีใครแข่งขันกับคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ได้ ก็คือ  การมีเครือข่ายญาติมิตร และญาติมิตรของญาติมิตร ซึ่งเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงไม่รู้จบนั่นเอง  เป็นความสัมพันธ์เฉพาะตัวที่หยั่งรากลึก
"        ทางด้านบริษัท  ซึ่งมีศักยภาพสูงในด้านการผลิต  เป็นมืออาชีพจริง ๆ มีการลงทุนมหาศาลไปกับการวิจัย และพัฒนาสินค้าให้ดีที่สุด  คุ่มค่าที่สุดซึ่งนับเป็นจุดแข็งของบริษัท
 
      เมื่อนำจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายมาผสมผสานกัน  ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุดด้วยกันทั้งสองฝ่าย  และกลยุทธ์นี้จึงกลายมาเป็น  "พันธมิตรทางธุรกิจ หรือ  หุ้นส่วน"  ไม่จำเป็นอีกแล้วที่คุณจะต้องลงทุนมหาศาล  เพื่อแข่งขันกับนายทุนอื่น ๆ ที่ใหญ่กว่า  ไม่จำเป็นอีกแล้วที่จะต้องจ้างแรงงานเป็นสิบเป็นร้อย  เพื่อทำธุรกิจขนาดใหญ่  แต่  ธุรกิจแบบเครือข่าย  จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย  ที่จะเติมความฝันของคุณให้เป็นความจริงได้  คือ  การเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตนั่นเอง
ทรัพย์สินของคุณคืออะไร ?
"ผู้ชนะนั้น คือ ผู้ไม่ยอมแพ้ ผู้ชนะไม่ยอมที่จะล้มเลิกกลางคัน จนกว่าจะได้สู้จนถึงที่สุด"
      ในระบบศักดินาในสมัยก่อน  เราถือเอาที่ดินเป็นใหญ่  ความยิ่งใหญ่ของคน ถูกวัดด้วยจำนวนที่ดิน  ที่นา  ที่ถือครองอยู่    เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม  ความยิ่งใหญ่ถูกวัดด้วยจำนวนโรงงาน  ขนาดของการผลิต  ปริมาณยอดขาย    ต่อมาก็พัฒนาเป็นทรัพย์สินที่สลับซับซ้อนมากขึ้น  ในปัจจุบันนี้เราได้เห็นว่า  กรรมสิทธิ์ในเครือข่ายภายใต้ "ระบบแฟรนด์ไชส์"  ก็เป็นทรัพย์สินอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน   ทรัพย์สินที่อยู่ใกล้ตัวเรา  ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด  นั่นก็คือ  "ญาติมิตร พี่น้อง "  ของเรานั่นเอง
เครือข่ายญาติมิตรก็คือทรัพย์สิน
       ทุกวันนี้ตัวเราเองก็ดี  ญาติมิตร พี่น้อง เพื่อนฝูง ก็ดี  ต่างเป็นผู้บริโภคสินค้าด้วยกันทั้งนั้น  นับตั้งแต่เช้าขึ้นมา  สิ่งที่ต้องกินต้องใช้ ก็เริ่มตั้งแต่  อาบน้ำ  ล้างหน้า  แปรงฟัน  สระผม  ซักผ้า  ทำความสะอาด  รวมไปถึงเครื่องสำอางบำรุงผิวต่าง ๆ ฯลฯ   เมื่อคำนวณเข้าแล้ว  ปี ๆ หนึ่งเราต้องซื้อสินค้าเหล่านี้เข้าบ้านไม่น้อยเลยทีเดียว  เคยสังเกตไหมว่า  สัปดาห์หนึ่ง  คุณไปซื้อสินค้าเล่านี้ตามห้างใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงานกี่ครั้ง   ครั้งหนึ่งใช้จ่ายไปเท่าไร  และเมื่อคำนวณดูตัวเลขออกมาต่อเดือน ต่อปีแล้ว  คุณจะตกใจว่า  ปีหนึ่งคุณซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคไม่น้อยเลยทีเดียว  และญาติมิตร  เพื่อนฝูงก็เช่นกัน  แต่ละคนซื้อราคาปลีกกันทั้งนั้น  ไปซื้อร้านไหน  ร้านนั้นก็ได้กำไรไป  พวกเรา ญาติพี่น้อง  เพื่อนฝูง  ต่างกลายเป็นทรัพย์สินที่ไปทำกำไรให้คนอื่นไป  คือร้านค้า ห้างต่าง ๆ รวยอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อกลับมามองธุรกิจแบบเครือข่าย  บริษัทที่เราสังกัดอยู่  มีสินค้าอุปโภคบริโภค อย่างมากมายหลายชนิด   เราก็คงสามารถชวนญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง  ให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกในเครือข่ายของเราได้  ประโยชน์ที่พวกเขาได้รับก็คือ  การได้มีสิทธิ์ซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ  ที่บริษัทจัดให้ในราคาสมาชิก  และเราก็ได้ยอดไปด้วย  เพราะฉะนั้น ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง  ก็เป็นทรัพย์สินได้  เมื่อเข้าใจเช่นนี้  ก็ควรรีบสร้างเครือข่าย ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงขึ้นโดยเร็วเถิดครับ  อย่ามัวชักช้าอยู่  มิเช่นนั้น  ญาติพี่น้องของคุณ  จะกลายเป็นเครือข่ายทรัพย์สินของกระผมไปเสียหมด  !!!
จะเริ่มต้นอย่างไร ?
อย่าหยุดแค่ความสำเร็จสูงสุดของวันนี้  ให้สร้างจุดหมายที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่า
        เรื่องแรกต้องบอกตรง ๆ ก่อนเลยว่า  ต้องเริ่มต้นด้วยการไปประชุม  เพื่อเรียนรู้  และขอให้ลืมว่า คุณคือใคร  การศึกษาระดับไหน  หน้าที่การงานสูงระดับใดมาก่อน  เพราะธุรกิจนี้ดูพื้น ๆ ภายนอกเหมือนว่าไม่มีอะไร เพระส่วนใหญ่ก็จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่ว ๆ ไป และเกี่ยวกับสุขภาพ เป็นต้น
เอาหัวโขนออกเสีย
น่าเสียดายที่ผู้มีการศึกษาระดับสูง  มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง แต่เมื่อเข้ามาในธุรกิจนี้ แล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ก็เพราะว่า  ไม่ยอมไปเรียนรู้  นึกว่าตัวเองเก่ง ตัวเองแน่  ประสบการณ์มาก  หัวโขนที่สวมอยู่มันใหญ่โตโอ่อ่า  ก้มหัวให้ใครไม่ลง  มองว่าการสร้างเครือข่ายเป็นเรื่องเล็ก ๆ ง่าย ๆ ไม่ยอมรับภูมิความรู้ของผู้ที่สปอนเซอร์  เห็นว่าอาวุโสน้อยกว่า  การศึกษาต่ำกว่า  ก็เลยไม่ยอมมาประชุม  ฉะนั้นจึงต้องเอาหัวโขนออกเสียก่อน  ถอดวางไว้ที่ทำงาน  ไม่ต้องเอาไปประชุมด้วย  สาม - สี่เดือนแรก  ยิ่งคุณทำตัวเป็นนักเรียนที่ดี  ศึกษาทุกอย่างให้มากที่สุด  แล้วคุณจะรู้ว่า ธุรกิจนี้ไม่ยากอย่างที่คิด  และสามารถประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้นด้วยซ้ำไป  และยิ่งเข้าประชุมมากๆ จะทำให้ความคิดของคุณเปลี่ยนไปจากเดิม  เมื่อเปลี่ยนความคิดชีวิตก็จะเปลี่ยน
เรียนรู้และวางแผนด้วนตัวเอง
ธุรกิจเครือข่ายนั้น  คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง  คิดเอง วางแผนเอง ว่าวันนี้จะไปคุยกับใคร?  เรื่องอะไร?  ไม่มีใครจะสั่งคุณให้ทำโน่นทำนี่ได้   ความสำเร็จในธุรกิจนี้จะเป็นของเฉพาะคนที่มีวินัยกับตัวเอง  สั่งตัวเองได้  เป็นเจ้านายตัวเองเท่านั้น  คนที่มีจิตวิญญาณของเจ้าของกิจการ จะไม่ทำอะไรฉาบฉวย และทำอะไรที่ไม่หวังผลเฉพาะหน้าเหมือนพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป   แต่จะเล็งผลระยะไกลที่ยิ่งใหญ่กว่า และถาวรกว่า  และรู้ดีว่า พืชที่เขาหว่านเมล็ดในวันนี้ จะต้องรอระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลผลิต  รู้จักอดทน และรอคอยความสำเร็จได้    คนที่มีจิตวิญญาณเจ้าของกิจการ  จะไม่ทำงานไปวัน ๆ ตามยถากรรม  ถ้าหากคุณไม่มีจิตวิญญาณ  คุณจะไม่มีความอดทน ที่จะรอความสำเร็จ  หรือไม่ก็มักจะเรียกร้องหาผลตอบแทนในงานทุกอย่างที่ทำในทันที นักธุรกิจอิสระที่มีจิตวิญญาณ เถ้าแก่  จะไม่รอให้ อัพไลน์มาช่วย  แต่จะพยายามเรียนรู้ และฝึกการทำงานทุกอย่างให้เป็นด้วยตัวเอง  ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเอง  มุมานะไปข้างหน้าเสมอ  ไม่ท้อถอย  มองโลกในแง่ดี  และมีความเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแก้ไขได้  และประสบความสำเร็จได้....

คนอื่นจะคิดอย่างไร ?
"คนที่ไม่เคยทำอะไรผิด  คือ  คนที่ไม่เคยทำอะไรเลย  อย่ากลัวว่าจะทำอะไรผิด  แต่จงอย่าทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง" 
แล้วคนอื่นเขาจะคิดอย่างไรกับเรา ?
     ความจริงแล้ว  ใครจะคิดอย่างไรไม่สำคัญ  แต่สำคัญที่ว่า  คุณเองคิดอย่างไรต่างหาก ?   คุณคิดอย่างไรกับชีวิตของคุณเวลานี้ ?   คุณพอใจกับสภาพชีวิตครอบครัวอย่างที่เป็นอยู่นี้หรือเปล่า ?  คุณอยากเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?  ลูกของคุณ ครอบครัวของคุณจะมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร  ถ้าหากคุณสามารถประสบความสำเร็จ ตามแผนการตลาดที่ยอดเยี่ยมได้ ?  คุณมีวิธีการที่ดีกว่านี้แล้วหรือยัง ?  สินค้าดี ๆ แบบนี้ คุณภาพยอดเยี่ยมแบบนี้น่าใช้หรือไม่ ?  ถ้าหากเพื่อน ๆ และญาติพี่น้องของคุณรู้ว่ามันดีขนาดนี้ ประหยัดขนาดนี้ เขาต้องชอบมันแน่ ๆ  เขาน่าจะต้องการใช้มันแน่ ๆ
     ธุรกิจดี ๆ แบบนี้ไม่มีความเสี่ยง  ไม่ต้องลงทุนมาก   ใช้เวลาหลังเลิกงานทำก็ได้  ยิ่งทำยิ่งมั่นคง  นี่ต่างหาก  คือสิ่งที่คุณควรคิด  คนอื่นไม่คิดเช่นคุณ  เพราะเขาไม่เห็นข้อมูลเหมือนที่คุณเห็น  ถึงเขาเห็นก็ไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องตัดสินใจเหมือนคุณ  และไม่จำเป็นที่คุณจะต้องตัดสินใจเหมือนเขา   คุณรับผิดชอบชีวิตครอบครัวของคุณเอง   เขาก็รับผิดชอบชีวิตครอบครัวของเขา  ไม่ได้หมายความว่า เขาจะมารับผิดชอบชีวิตคุณ   หรือครอบครัวของคุณ   เขาคิดของเขา   คุณคิดของคุณ   อย่ามัวไปสนใจเลยว่า  ถ้าเราทำอย่างนี้แล้วเขาจะคิดอย่างไร ?   สำคัญอยู่ที่ว่า คุณคิดอย่างไรต่างหาก
     คนที่ประสบความสำเร็จ  ไม่ใช่เพราะเขาโชคดี  แต่เป็นเพราะเขาตัดสินใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรค  ตัดสินใจเผชิญกับปัญหา  ไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามเวรตามกรรม  สิ่งที่คุณชอบทำ  สิ่งที่คุณอยากทำ  หรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่  อาจไม่ได้ให้อะไรเลยกับชีวิตคุณ  แต่ถ้ามีงาน ๆ หนึ่ง ซึ่งคุณอาจจะไม่ชอบ  คุณอาจจะไม่อยากทำมัน  แต่ถ้าเกิดมันสามารถให้ทุกสิ่งทุกอย่าง  ที่คุณต้องการในชีวิตได้   แล้วคุณจะไม่ลองเข้ามาศึกษาดูเลยหรือครับ  ?
"เร่งเรียนรู้  ลงมือทำ  แล้วพบกันที่  ความสำเร็จ"
ทำเงินได้อย่างไร ?
เหล็กที่ผ่านไฟ  ย่อมแข็งและคมกว่าเหล็กธรรมดา...ฉันใด…คนที่ผ่านอุปสรรคมามาก ย่อมไม่หวั่นต่อปัญหาหนัก...ฉันนั้น      
     หลายคน คงมีความสงสัยว่าจะสร้างรายได้ ได้อย่างไร ? ความเป็นไปได้แค่ไหนสำหรับธุรกิจนี้   และคงมีคำถามต่างๆ มากมาย สำหรับกระบวนการ การสร้างรายได้  กับธุรกิจนี้ จัดอยู่ในรูปแบบของธุรกิจเครือข่าย ไม่ใช่งานประจำ  ซึ่งแน่นอนว่าบางคนก็เคยผ่านมาแล้ว บางคนก็ยังไม่เคย และก็ไม่คุ้นเคยมากนัก  อาจจะงง ๆ อยู่บ้างเหมือนกัน  ลองทำความเข้าใจและปรึกษากับทีมงานอีกครั้ง

กระบวนการสร้างรายได้     การสร้างรายได้จากการเข้าระบบธุรกิจเครือข่ายนี้เป็นช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถสร้างรายได้  จากธุรกิจเครือข่าย   ถ้าคุณมีระบบและวิธีการที่ดี  และสามารถถ่ายทอดต่อได้ให้กับเครือข่ายของคุณ   ก็สามารถที่จะทำการสร้างเครือข่ายผู้บริโภค และเครือข่ายของผู้ทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
             เพราะธุรกิจเครือข่าย   ให้ผลกำไรที่งดงามซึ่งไม่ได้เกิดจากการขายสินค้า  คุณกำลังทำธุรกิจและต้องการเครือข่ายขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว  นี่คือคำตอบของการสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ของคุณ  ดังนั้นเมื่อคุณเข้ามาจากการสมัครเข้าร่วมธุรกิจ ขอให้ศึกษา Process  และวิธีการทั้งหมดที่ระบบเตรียมไว้ให้อีกครั้ง จากเครื่องมือ เช่น VCD เทป  หนังสือ คู่มือต่าง Website  การอบรมของโครงการเพื่อการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เตรียมพร้อม รองรับการเจริญเติบโตของเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงเครือข่ายที่มหาศาลและความสำเร็จในธุรกิจของคุณ
   สาเหตุส่วนใหญ่ของคนทั่วไปที่ไม่อยากทำธุรกิจเครือข่าย มักมีอยู่ไม่กี่ข้อ คือ
          1. กลัวการขายสินค้า (คนส่วนใหญ่มักไม่ชอบขายของ ไม่กล้า)
          2. ไม่ต้องการรักษายอดรายเดือน (กลัวการจ่ายเงิน คิดว่าไม่คุ้มกับการลงทุน)
          3. ไม่ชอบชวนคน (พูดไม่เป็น กลัวชวนไม่ได้หรือชวนมาแล้วไม่ทำต่อ)
          4. ไม่เชื่อว่าทำแล้วจะได้เงินจริง ๆ (เพราะเห็นคนส่วนใหญ่ทำแล้วไม่สำเร็จ)

          นี่คือสาเหตุหลัก  ๆ  ที่คนไม่อยากทำธุรกิจเครือข่าย  ถ้าพูดกันด้วยเหตุผลดังกล่าว  จะมีเพียงส่วนน้อยที่สามารถทำแล้วประสบความสำเร็จ   ดังนั้น  ถ้าทราบสาเหตุแล้วหาทางแก้ไขก็จะสามารถทำให้องค์กรส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำธุรกิจรุ่นหลังต่อจากคุณสามารถดำเนินต่อ ด้วยกระบวนการลอกเลียนแบบและทำซ้ำได้   โดยไม่ต้องมีพื้นความรู้มาก่อน
          ด้วยกระบวนการสนับสนุนและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยระบบ  สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้
                     



Why We Recommend Network Marketing
There are many benefits the network marketing industry offers those who want more from their lives.
by Robert Kiyosaki and Donald Trump
FOR THOSE OF YOU WHO MAY NOT BE FAMILIAR WITH MY PREVIOUS BOOKS, in Rich Dad's
CASHFLOW Quadrant, the second book in the Rich Dad serious of books, I go into why some people find
getting rich easier than others.
Rich Dad's CASHFLOW Quadrant is the most important of my books for people who want to make changes in
ther lives. Some of the terms used here will refer to the letters in this Quadrant:
E - stands for employee
S - stands for small-business person, self-employed or specialist
B - stands for big-business owners such as Donald Trump
I - stands for investor
Why Network Marketing
When I first heard about network marketing, I was against it. But after opening my mind, I began to see
advantages that few other business opportunities offer. Long-term success in life is a reflection of your
education, life experience and personal character. Many network marketing companies provide personaldevelopment
training in those key areas.
Most schools train people for the E or S quadrants, and that is great if those are the quadrants in which you want
to spend your life. Most MBA programs are training students for high-paying jobs in the corporate world as an
E, not a B.
Network Marketing: The Industry for People Who Want to Change Their Lives
What if you're in the E or S quadrants and you want to change?
What if you want to be in the B quadrant? Where do you find
the education that trains you for that quadrant? I recommend a
network marketing business. I recommend the industry for
people who want to change, and get the necessary skills and
attitude training to be successful in the B quadrant.
Being an entrepreneur and building a B-quadrant business is
one of the toughest challenges a person can take on. The reason
there are more people in the E and S quadrants is simply
because those quadrants are less-demanding than the B
quadrant. As they say, "If it were easy, everyone would do it."
I had to learn how to overcome my self-doubt, shyness and fear
of rejection. And I had to learn how to pick myself up and keep going after I failed. These are some of the
personal traits a person must develop if they are to be successful in a B-quadrant business, whether it is a
network marketing business, a franchise or an entrepreneurial start up.
An important personal skill required for any B-quadrant business is leadership. Are you able to overcome your
fears and have others overcome their fears to get the job done? This is a skill the Marine Corps taught me. As
Marine Corps officers, it was imperative that we were able to lead others into battle, even though we were all
terrified of dying.
I meet many people in the S quadrants, the specialists or small-business owners, who woudl like to expand, but
they simply lack leadership skills. No one wants to follow them. The employees do not trust their leader, or the
leader does not inspire the employees to better themselves.
Forbes defined a big-business owner, a B-quadrant business owner, as a person who controls a business with
more than 500 employees. This definition is why leadership skills are vital for the B quadrant.
Where can you find a business that will invest the time in your education, your personal development and
building your own business? The answer is most network marketing businesses.
Network Marketing is a B-Quadrant Business
Building a B-quadrant business in not an easy task. So you need to ask yourself, "Do I have what it takes? Am I
willing to go beyond my comfort zones? Am I willing to be led and willing to learn to lead? Is there a very rich
person inside me, ready to come out?" If the answer is yes, start looking for a network marketing business that
has a great training program. I will focus less on the products or the compensation plans, and more on the
education and personal development program the company offers.
A network marketing business is a B-quadrant business because it meets several criteria I look for in a business
or investment. Those criteria are:
1. Leverage: Can I train other people to work for me?
2. Control: Do I have a protected system that belongs to me?
3. Creativity: Will the business allow me to be creative, and develop my own personal style and talents?
4. Expandability: Can my business grow indefinitely?
5. Predictability: Is my income predictable if I do what is expected of me? If I am successful, and keep
expanding my business, will my income increase with my success and hard work?
ISN'T NETWORK MARKETING A PYRAMID SCHEME?
I am often asked if network marketing is a pyramid scheme. My reply is
that corporations are really pyramid schemes. A corporation has only
one person at the top, generally the CEO, and everyone else below.
A true network marketing business is the exact opposite of a traditional
business model. The network marketing business is designed to bring
you to the top not keep you at the bottom. A true network marketing
business does not succeed unless it brings people to the top.
ADDITIONAL POINTS WORTH MENTIONING
1. Tax breaks increase. By starting a network marketing business in your spare time and keeping your regular
job, you begin to gain the tax advantage of the rich. A person with a part-time business can take more tax
deductions than employees can. For example, you may be able to deduct car expenses, gasoline, some meals
and entertainment. Obviously, you need to check with your CPA for exact rulings on your situation, and the
cost of your CPA is tax deductible. In other words, the government will give you a tax break for advice about
how to pay less in taxes.
2. Meet like-minded people. When I started out, most of my E-quadrant friends thought I was nuts. They could
not understand why I did not want the steady job or steady paycheck. So one important part of becoming a B
is to surround yourself with other people who are Bs - and I want you to become a B.
3. Give yourself time. It takes time to be successful in any of the quadrants. Just as it takes time to climb to the
top of the corporate ladder as an E or become a successful doctor or lawyer in the S quadrant, it takes time
and dedication to become successful in the B quadrant. It took me years before I built a successful Bquadrant
business. So give yourself time. I'll allow at least five years to learn and develop into a B-quadrant
person.
4. Network marketing companies are patient. One of the beauties of a network marketing business is that it
will invest in you, even if you're not successful. In the corporate world, if you're not successful in six months
to a year, you are often fired. In the network marketing world, as long as you're willing to put in the time,
most companies will work with you in your development. After all, they want you to get to the top.
5. Leverage the systems already in place. These systems are already tried and proven, which allows you to hit
the ground running instead of trying to build the internal systems of a new company.
In Conclusion
After opening my closed mind, I could finally see some of the unique benefits the network marketing industry
offers people who want more out of their lives.
Generally, it costs much less to get started in a network marketing company than to build a business on your
own.
Why Network Marketing? (Donald Trump's Response)
Marketing is a powerful tool, and network marketing can increase that power,
provided you're self-motivated. In a simple visual, see a product and remove the
advertising agency from it. It's up to you to do the marketing and advertising.
That's a big job, but it can be done if you're passionate enough to get going on your
own, and to keep the momentum and motivation going at a high level. It requires
an entrepreneurial spirit, and that means focus and perseverance. I don't
recommend network marketing to people who are not highly self-motivated.
Another important aspect of network marketing is that it's inherently social, so if
you're not a social or outgoing person, I'd think twice about going into it.
Sociability is a requirement.
Just like in advertising, there's no point in having a fantastic advertising campaign
if the product is unequally fantastic. Also, keep in mind that if you decide to become a distributor, you'll be
legally responsible for the claims you make about the product, the company and the available opportunities. But
above all, make sure the product is worth your energy and total devotion. Otherwise, you could be energetically
spinning your wheels.
Robert mentions the importance of going beyond your comfort zone when it comes to network marketing. He
also mentions giving yourself enough time. These are good points to consider. I agree that leadership qualities
are critical for success. You definitely have to have a take charge, can-do attitude.
As with any other undertaking, know everything you can about what you're doing before you begin. Network
marketing has proven itself to be a viable and rewarding source of income, and the challenges could be just
right for you. There have been some remarkable examples of success, and those successes have been earned
through diligence, enthusiasm and the right product combined with timing. As with so many issues, there are
tangibles and the intangibles involved, but success is not a total mystery, and that applies to network marketing,
as well.
Most people have heard of focus group, a research tool advertising agencies use. When they're testing a new
product they go to different locations and simply ask everyday people what they like and don't like about new
product. It's best if you can keep the focus group idea close at hand when deciding about a product. Just because
you like it doesn't mean everyone else will. Finding a common denominator in product appeal will matter.
My advice about network marketing is to do your research, and put everything you've got into your product.
Genuine enthusiasm is hard to beat, and the odds will be with you.
ฉ 2007 Your Business at Home magazine. All Rights Reserved.
 
WealthDavid Thailand.
Contact Webmaster : webmaster@wealthdavid.com
Copyright ? 2008 WealthDavid Thailand. All rights reserved
 
คน

 
Custom Search